วันนี้ได้อ่านหนังสือ Secret ฉบับท่านพุทธทาสทำให้ใจสบายขึ้น รู้สึกกระตุก และปล่อยวางจริงๆ การที่คนเราพูดถึงนิพพานกันบ่อยๆ นั้นบางทีฉันฟังแล้วรู้สึกห่างไกลเพราะตัวเองค่อนข้าง กิเลสหนา ตัณหาก็มาก (5555) แต่ก็ยังหวังลึกๆ ว่าจะได้สัมผัสสักครั้ง ท่านพุทธทาสสอนได้เข้าใจง่ายๆ จริงๆ ทำให้รู้สึกว่าทำได้ง่าย
ถ้าเราเลิกยึดติดและเลิกคิดว่า "ตัวกูของกู" คำนี้ก็เหมือนกันฟังแล้วฟังอีก แต่ก็ไม่ได้สำเหนียกเลย มาวันนี้เริ่มเข้าไปแทรกในกมลสันดานได้บ้างแล้ว เวลาที่คนเราฟังไม่เข้าใจนั้นจะให้ทำตามอย่าหวังเลยว่าจะได้ แต่เมื่อไรที่เข้าใจ จะรู้สึกว่า ทำง่าย ไม่มีอะไรยาก
ถ้าเลิกคิดว่า "ตัวกูของกู" ได้เมื่อไรก็ไปนิพพานได้ คงจะหมายถึงหลุดพ้นกันเป็นลำดับๆ ไปนั่นเอง ฉันยังคงได้คุยกับกัลยาณมิตรของฉันเหมือนเช่นเคยและได้เข้าใจอะไรบางอย่าง คนๆ นี้มีอะไรที่ทำให้เข้าใจง่ายอย่างหนึ่งคือ เป็นคนที่อธิบายแล้วแสดงให้เห็นว่ามันทำได้ง่ายๆ เหมือนกันทั้งในเรื่องงาน และเรื่องการใช้ชีวิต
วันนี้ฉันสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเปิดเมล์มาเจอเลขาฯ นายส่งเมล์มาแจ้งว่านายเชิญไปร่วมบูชาพุทธชยันตีองค์ดำ และสวนมนต์ที่ท้องสนามหลวง วันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. นี้ ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มใจไม่น้อย ขอบคุณเจ้านายมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
วันนี้ตั้งใจจะทำจิตใจให้บริสุทธิ์แจ่มใส เพื่อไปรับสิ่งดีๆ ในวันพรุ่งนี้
***************************
วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สุขที่เกิดจากตัวเรา...ยั่งยืนที่สุด
ช่วงนี้คงต้องเขียนอะไรทำนองว่าความสุขมากหน่อย เพราะฉันกำลังมีความสุขจริงๆ และเป็นความสุขที่เกิดจากตัวเอง โดยไม่ได้เฝ้ารอว่าต้องมีใครมาทำให้ฉันสุขได้ การที่เราคอยคิดว่าถ้าคนนั้นเค้ารักเราก็คงดีนะเราคงมีความสุขน่าดู หรือว่าถ้าเราได้โทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วเราคงมีความสุขมากกว่านี้ หรือว่าถ้าได้แต่งงานแล้วคงจะสมบูรณ์แบบเนาะชีวิตนี้ อันนี้ถือได้ว่าปล่อยให้ตัวเองเป็นทาสสิ่งต่างๆ ที่ว่ามานี้ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
บางคนสุขเพราะได้ทำอะไรๆ ให้คนอื่นและได้ให้อะไรดีๆ กับตัวเอง บางคนทุกข์เพราะคอยคิดเสมอว่ามีคนมาทำให้ตัวเองทุกข์ มีคนมาทำร้ายจิตใจ มาทำให้เสียใจ บางคนร้ายหนักทุกข์เพราะอยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องคนอื่น วันนี้ฉันได้คุยกับคนที่ฉันคิดถึงและถือว่าเป็นกัลยาณมิตรที่สุด เราคุยกันในเรื่อง การอยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องของคนอื่น เราได้เจอะเจอมากับตัวเอง เหมือนที่หลายๆ คนเจอะเจอมานั่นเอง
มุมมองความคิดเห็นของเรานั้นคล้ายกัน และก่อนหน้านี้เราได้นั่งคุยกับเพื่อนอีกคนที่ให้มุมมองในเรื่องของเพื่อนมาแล้ว ทำให้ฉันกระจ่างยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้กัลยาณมิตรของฉันกำลังพยายามหาเหตุผลและหลุดพ้นเรื่องของความรู้สึกที่คนอื่นยัดเยียดให้ โดยที่ไม่ได้ถามว่าตัวเค้าเองคิดอย่างไรกันแน่
สุดท้ายการพูดคุยของเรา 3 คนก็ได้คำตอบ บางคนที่อยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องของเรานั้นไม่ได้หวังดีไปซะทุกคน ก็แค่เค้าอยากได้สิ่งที่เค้าไม่เคยให้เรา นั่นคือ "ความจริงใจ" ฟังดูแรงนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าจริง!!! เพราะเราเจอมากับตัว ระดับความสัมพันธ์ที่เค้าอยากได้จากเรา ไม่สมดุลกับที่เค้าให้เรามา แต่เราไม่ได้แคร์ตรงนั้นมากไปกว่ารู้สึกเข้าใจและวางตัวได้ถูกก็แค่นั้น
เมื่อเรารู้ได้อย่างนี้แล้ว เราสามารถมองหน้าคนๆ นั้นโดยไม่ได้กังขาซักนิดว่า "เธอมาทำกับฉันอย่างนี้ทำไม" และที่ดีกว่านั้นคือ "ฉันไม่สนว่าเธอคิดยังไง และไม่ต้องการอะไรจากเธอ ฉันเข้าใจเธอ และจะปล่อยให้เธอได้ทำต่อไป" เราได้วางคนๆ นั้นไว้ในที่ที่เหมาะสมสำหรับเค้าแล้ว
พออายุมากขึ้นฉันเริ่มเดินเข้าหาเป้าหมายอย่างระมัดระวัง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสุข ชีวิตอาจไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด จึงทำให้ฉันได้สติว่ามีความสุขและเรียนรู้กับสิ่งรอบตัวทุก ๆ วันดีกว่า ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่มีอีกแล้ว
*****************************************
บางคนสุขเพราะได้ทำอะไรๆ ให้คนอื่นและได้ให้อะไรดีๆ กับตัวเอง บางคนทุกข์เพราะคอยคิดเสมอว่ามีคนมาทำให้ตัวเองทุกข์ มีคนมาทำร้ายจิตใจ มาทำให้เสียใจ บางคนร้ายหนักทุกข์เพราะอยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องคนอื่น วันนี้ฉันได้คุยกับคนที่ฉันคิดถึงและถือว่าเป็นกัลยาณมิตรที่สุด เราคุยกันในเรื่อง การอยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องของคนอื่น เราได้เจอะเจอมากับตัวเอง เหมือนที่หลายๆ คนเจอะเจอมานั่นเอง
มุมมองความคิดเห็นของเรานั้นคล้ายกัน และก่อนหน้านี้เราได้นั่งคุยกับเพื่อนอีกคนที่ให้มุมมองในเรื่องของเพื่อนมาแล้ว ทำให้ฉันกระจ่างยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้กัลยาณมิตรของฉันกำลังพยายามหาเหตุผลและหลุดพ้นเรื่องของความรู้สึกที่คนอื่นยัดเยียดให้ โดยที่ไม่ได้ถามว่าตัวเค้าเองคิดอย่างไรกันแน่
สุดท้ายการพูดคุยของเรา 3 คนก็ได้คำตอบ บางคนที่อยากรู้อยากเห็นและวุ่นวายเรื่องของเรานั้นไม่ได้หวังดีไปซะทุกคน ก็แค่เค้าอยากได้สิ่งที่เค้าไม่เคยให้เรา นั่นคือ "ความจริงใจ" ฟังดูแรงนะ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าจริง!!! เพราะเราเจอมากับตัว ระดับความสัมพันธ์ที่เค้าอยากได้จากเรา ไม่สมดุลกับที่เค้าให้เรามา แต่เราไม่ได้แคร์ตรงนั้นมากไปกว่ารู้สึกเข้าใจและวางตัวได้ถูกก็แค่นั้น
เมื่อเรารู้ได้อย่างนี้แล้ว เราสามารถมองหน้าคนๆ นั้นโดยไม่ได้กังขาซักนิดว่า "เธอมาทำกับฉันอย่างนี้ทำไม" และที่ดีกว่านั้นคือ "ฉันไม่สนว่าเธอคิดยังไง และไม่ต้องการอะไรจากเธอ ฉันเข้าใจเธอ และจะปล่อยให้เธอได้ทำต่อไป" เราได้วางคนๆ นั้นไว้ในที่ที่เหมาะสมสำหรับเค้าแล้ว
พออายุมากขึ้นฉันเริ่มเดินเข้าหาเป้าหมายอย่างระมัดระวัง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความสุข ชีวิตอาจไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด จึงทำให้ฉันได้สติว่ามีความสุขและเรียนรู้กับสิ่งรอบตัวทุก ๆ วันดีกว่า ใช้ชีวิตเหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่มีอีกแล้ว
*****************************************
วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
สุขสันต์วันธรรมดา
วันนี้วันที่ 29 พ.ค. 2555 เป็นวันคล้ายวันเกิดของฉันเอง แต่จริงๆ ก็คือวันธรรมดานั่นเองแล่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่า วันที่แม่ปวดท้องจะคลอด ปวดตอนสายๆ ประมาณ 11โมงกว่าๆ ก็คลอด คลอดง่ายมากแม่บอก (แสดงว่าเลี้ยงง่ายอะดิ)
เสียดายจังที่ต้องลบบล็อกเก่าทิ้งไปหมดเลย แต่ก็นะ นี่แล่ะชีวิต มีเกิดมีดับเป็นของธรรมดา ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ วันนี้อยากเขียนเกี่ยวกับความสุข ความทุกข์ ความรัก ความสำเร็จ โชคดี โชคร้าย และความล้มเหลว
นิยามความสุขคงมีมากมาย ซึ่งฉันเองก็เคยนิยามมากมายเหมือนกัน แล้วแต่ช่วงชีวิตที่เจอะเจออะไรมา แต่ช่วงนี้ของชีิวิต ฉันพอจะนิยามมันได้ว่า
"ความสุข คือ ความต้องการสูงสุดในชีวิตมนุษย์" นอกจากการดำรงให้ชีวิตรอดแล้ว สมองของเรายังต้องทำหน้าที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ รอดแบบมีความสุขไงจ๊ะ
ความทุกข์ คือ สิ่งร้ายๆ ที่สมองเรารับรู้ได้จากสถานการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบในใจเรา แต่มีประโยชน์มากนะฉันว่า เพราะถ้าเรารู้จักเรียนรู้ความทุกข์ที่เข้ามา โดยพิจารณาว่ามันมาได้ไง แล้วมันจะผ่านไปได้ไง แล้วมันจะไม่เกิดขึ้นอีกได้ไง ยังไงฉันก็ยังให้เครดิต ความทุกข์ว่าเป็นสิ่งดี ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น
ความรัก คือ การกระทำที่แสดงออกมาให้ใครหรือให้สิ่งใดที่ทำแล้วเรามีความสุขโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ความสำเร็จ คือ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับเราโดยที่เราใช้ความพยายามหรือสร้างให้มันเกิดขึ้น ส่วนความโชคดี ก็อาจจะคล้ายกับความสำเร็จคือเป็นสิ่งดี แต่ก็ต่างกันโดยสิ้นเชิงเรื่องความบังเอิญ เพราะความโชคดีนั้นเราไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามหรือกระทำมันด้วยตัวเอง ถ้าอย่างนั้นความโชคร้ายก็เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับโชคดีสินะ เพราะเวลามีเรื่องร้ายๆ เข้ามาในตัวเราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรือพยายามกระทำให้มันเกิดขึ้นก็ยังเกิด
ความล้มเหลว นี่สิ สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตในมุมมองของฉัน เพราะฉันคิดว่า ความล้มเหลว เป็นสิ่งร้ายๆ (แค่ช่วงหนึ่ง) ที่เกิดขึ้นกับเราโดยที่เราพลาด ไม่ทันคิด หรือว่าเดินผิดทางไปบ้าง แต่ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันให้เครดิตกับมันมากที่สุดเนื่องจาก หากเราไม่ได้เริ่มเราจะไม่ล้มเหลว แล้วเราจะไม่เรียนรู้ เวลาที่เราเจอความล้มเหลว เราจะเกิดความพยายามอีกครั้งที่มากกว่าครั้งที่แล้ว เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ คนพยายามจนได้ผลการทดลองที่ดีที่สุด และ เคยมีคนพูดว่า "จงออกไปเพื่อค้นหาความล้มเหลวเถิด" นั่นเป็นคำพูดที่กำลังจะบอกเราว่า ออกไปเรียนรู้ชีิวิตจริง ที่คุณหาไม่ได้จากหนังสือเล่มไหนนั่นเอง
และที่สุดของชีวิตหากจะให้มีความสุขแล้ว ฉันว่ามันต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ว่ามานี่ล่ะ ถึงจะครบรสชาติของชีวิตจริงๆ มาถึงวันนี้แล้ว "ฉันรักตัวฉันเอง รักอวัยวะตัวเอง รักหัวจิตหัวใจ และความเป็นตัวเองมาก" และฉันรักและเคารพคนที่ฉันได้รู้จักและทำให้ฉันได้มุมมองใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน
ขอบคุณแม่มากๆ นะคะ ที่ทำให้ฉันเิกิดมาและได้ใช้ชีวิตในแบบที่ครบรสจริงๆ รักแม่ รักทุกคนที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้และรักตัวเองที่ยังมีอวัยวะครบ 32 พร้อมด้วยสมองที่ยังทำงานได้ดี ทำให้รู้จักการรักษาชีวิตรอด (แล้วรอดมาแบบมีความสุขซะด้วยสิ)
สุขสันต์วันธรรมดาค่ะ
เสียดายจังที่ต้องลบบล็อกเก่าทิ้งไปหมดเลย แต่ก็นะ นี่แล่ะชีวิต มีเกิดมีดับเป็นของธรรมดา ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ วันนี้อยากเขียนเกี่ยวกับความสุข ความทุกข์ ความรัก ความสำเร็จ โชคดี โชคร้าย และความล้มเหลว
นิยามความสุขคงมีมากมาย ซึ่งฉันเองก็เคยนิยามมากมายเหมือนกัน แล้วแต่ช่วงชีวิตที่เจอะเจออะไรมา แต่ช่วงนี้ของชีิวิต ฉันพอจะนิยามมันได้ว่า
"ความสุข คือ ความต้องการสูงสุดในชีวิตมนุษย์" นอกจากการดำรงให้ชีวิตรอดแล้ว สมองของเรายังต้องทำหน้าที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ รอดแบบมีความสุขไงจ๊ะ
ความทุกข์ คือ สิ่งร้ายๆ ที่สมองเรารับรู้ได้จากสถานการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบในใจเรา แต่มีประโยชน์มากนะฉันว่า เพราะถ้าเรารู้จักเรียนรู้ความทุกข์ที่เข้ามา โดยพิจารณาว่ามันมาได้ไง แล้วมันจะผ่านไปได้ไง แล้วมันจะไม่เกิดขึ้นอีกได้ไง ยังไงฉันก็ยังให้เครดิต ความทุกข์ว่าเป็นสิ่งดี ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น
ความรัก คือ การกระทำที่แสดงออกมาให้ใครหรือให้สิ่งใดที่ทำแล้วเรามีความสุขโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน
ความสำเร็จ คือ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับเราโดยที่เราใช้ความพยายามหรือสร้างให้มันเกิดขึ้น ส่วนความโชคดี ก็อาจจะคล้ายกับความสำเร็จคือเป็นสิ่งดี แต่ก็ต่างกันโดยสิ้นเชิงเรื่องความบังเอิญ เพราะความโชคดีนั้นเราไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามหรือกระทำมันด้วยตัวเอง ถ้าอย่างนั้นความโชคร้ายก็เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับโชคดีสินะ เพราะเวลามีเรื่องร้ายๆ เข้ามาในตัวเราโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรือพยายามกระทำให้มันเกิดขึ้นก็ยังเกิด
ความล้มเหลว นี่สิ สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตในมุมมองของฉัน เพราะฉันคิดว่า ความล้มเหลว เป็นสิ่งร้ายๆ (แค่ช่วงหนึ่ง) ที่เกิดขึ้นกับเราโดยที่เราพลาด ไม่ทันคิด หรือว่าเดินผิดทางไปบ้าง แต่ฉันปฏิเสธไม่ได้ว่าฉันให้เครดิตกับมันมากที่สุดเนื่องจาก หากเราไม่ได้เริ่มเราจะไม่ล้มเหลว แล้วเราจะไม่เรียนรู้ เวลาที่เราเจอความล้มเหลว เราจะเกิดความพยายามอีกครั้งที่มากกว่าครั้งที่แล้ว เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์หลาย ๆ คนพยายามจนได้ผลการทดลองที่ดีที่สุด และ เคยมีคนพูดว่า "จงออกไปเพื่อค้นหาความล้มเหลวเถิด" นั่นเป็นคำพูดที่กำลังจะบอกเราว่า ออกไปเรียนรู้ชีิวิตจริง ที่คุณหาไม่ได้จากหนังสือเล่มไหนนั่นเอง
และที่สุดของชีวิตหากจะให้มีความสุขแล้ว ฉันว่ามันต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่ว่ามานี่ล่ะ ถึงจะครบรสชาติของชีวิตจริงๆ มาถึงวันนี้แล้ว "ฉันรักตัวฉันเอง รักอวัยวะตัวเอง รักหัวจิตหัวใจ และความเป็นตัวเองมาก" และฉันรักและเคารพคนที่ฉันได้รู้จักและทำให้ฉันได้มุมมองใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน
ขอบคุณแม่มากๆ นะคะ ที่ทำให้ฉันเิกิดมาและได้ใช้ชีวิตในแบบที่ครบรสจริงๆ รักแม่ รักทุกคนที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้และรักตัวเองที่ยังมีอวัยวะครบ 32 พร้อมด้วยสมองที่ยังทำงานได้ดี ทำให้รู้จักการรักษาชีวิตรอด (แล้วรอดมาแบบมีความสุขซะด้วยสิ)
สุขสันต์วันธรรมดาค่ะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
